วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

สังขละบุรี วิถีชีวิตกับสายน้ำ




สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 215 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางนี้ตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบที่งดงาม ตัวอำเภอสังขละบุรีตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำสามสายมาบรรจบกันอันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบีคลี่และห้วยรันตี รวมเรียกว่า “สามประสบ” ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย อำเภอสังขละบุรีเป็นอำเภอที่มีชาวมอญตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตประเพณีเก่าแก่แบบดั้งเดิมของชาวมอญ ณ ที่แห่งนี้


สะพานมอญ อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมา-นุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง ๘๕๐ เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียสำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรี และฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณที่สวยงาม สามารถมองเห็นลำห้วยสายต่างๆคือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตีที่ไหลมารวมกันเป็นสามประสบ



ด่านเจดีย์สามองค์ เขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เส้นทางลาดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า ต่อมาในปีพ.ศ.2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศ พม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปในเขตประเทศพม่า ชมตลาดชายแดนซึ่งมีสินค้าของพม่าจำหน่าย โดยเสียค่าผ่านด่าน ชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 100 เหรียญสหรัฐ (สามารถนำรถเข้าไปได้ราคาคันละ 50 บาท) ในระหว่างเวลา 08.00-18.00 น.



สังขละบุรีในมิติการรับรู้ทั่วไปคือ เป็น ดินแดนชายขอบแห่งหนึ่งในจังหวัด กาญจนบุรี และมีเรื่องราวมากมายเล่าขาน เป็นตำนานผ่านคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นหนึ่ง และที่เป็นแม่เหล็กเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวคือ ผืนน้ำกว้างสุดตาของ ทะเลสาบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขื่อนเขาแหลม รวมทั้งวัดวังก์วิเวการาม และชุมชน มอญที่ยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวหาโอกาสไปพักผ่อน ณ ดิน แดนแห่งนี้มากในช่วงปลายฝนต้นหนาว แต่ที่ถือว่าเป็นสุดยอดของดินแดนแห่งนี้คือ ตำนานแห่งวัดวังก์วิเวการามที่จม อยู่ในผืนน้ำ ซึ่งมีแค่ช่วงมีนาคม-เมษายนเท่านั้นจึงจะเห็นเมืองบาดาลดังกล่าว เพราะเป็นช่วงที่น้ำในเขื่อนลดลงต่ำสุด ....................... "เมืองบาดาลในอดีตเป็นวัดเก่าของหลวงพ่ออุตตมะหรือพระครูอุดมสังวรเถระ ที่ชาวบ้านในอำเภอสังขละบุรีให้ความนับถือเป็นอย่างมาก "ปัจจุบัน วัดถูกน้ำเข้าท่วมในช่วงที่สร้างเขื่อน ทำให้จมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 30 ปีแล้ว โดยในช่วงน้ำลดจะสามารถสังเกตเห็นตัวโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจน แต่ใน ช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมดเหลือเพียงยอดของโบสถ์ให้เห็นเท่านั้น" นั่นคือข้อมูลคร่าวๆ ที่เรารู้จากเอกสารแนะนำการท่องเที่ยวฯ ในการทำความรู้ จักกับเมืองบาดาลแห่งนี้ แม้จะเป็นข้อความสั้นๆ ไม่กี่ประโยค แต่ก็กระตุ้นความน่าสนใจ กระทั่งทำให้ เราตัดสินใจเดินทางมาที่ดินแดนชายขอบแห่งนี้.... และเพื่อให้สัมผัสกับบรรยากาศจริงๆ คายัคสีสันสะดุดตา 5 ลำ ลอยลำเหนือ ลำน้ำทะเลสาบกลางวัน แดดใส จึงเป็นพาหนะที่เราใช้เพื่อการชมวัดที่อยู่ ใต้ผืนน้ำ ดังกล่าว โดยภารกิจในวันนั้นคือ สำรวจอดีตและความยิ่งใหญ่ของชุมชนชาวมอญและ วัดวังก์วิเวการามที่บัดนี้ จมอยู่ใต้ผืนน้ำเบื้องล่างแห่งเขื่อนเขาแหลม กว่าครึ่งชั่วโมงจากเรือนไม้ชายน้ำอันเป็นที่พัก เราพายเรือไปถึงโบสถ์เก่าของ วัดวังก์ฯ เป็นจุดแรก... 30 ปีที่ผ่านมา วัดวังก์ฯ เคยอยู่บนพื้นที่ที่เป็นแหล่งเพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ แห่งหนึ่งของอำเภอแห่งนี้ ซึ่งสามารถปลูกข้าวเลี้ยงอำเภอทองผาภูมิทั้งอำเภอ ก่อน จะถูกสายน้ำท่วมขังเพราะสร้างเขื่อนตามกระแสการพัฒนาประเทศโดยมองข้ามมิติ ทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน ทันทีที่เรามาถึง ...ยอดโบสถ์เก่าที่โผล่พ้นน้ำในช่วงหน้า น้ำซึ่งเป็นภาพที่นัก ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเห็นเจนตานั้น ถูก แทนที่ด้วยโบสถ์เก่าทั้งหลังที่ปรากฏอยู่ เบื้องหน้าเราขณะนี้ แม้กาลเวลาจะผ่านมาแล้ว 3 ทศวรรษ แต่ร่องรอยความยิ่งใหญ่ และพลัง ศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อศูนย์กลางชุมชมอย่างวัดวังก์ฯ แห่งนี้ ก็ยังมีปรากฏให้เห็น น่าเสียดายที่ ข้อมูลที่มีจากการท่องเที่ยวฯ ไม่ได้บอก อะไรมากไปกว่าวัดเดิม จมน้ำ และต้องย้ายขึ้นไปทางฝั่งตะวันตกบนเนินเขา ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของ ทะเลสาบได้ ซึ่งบริเวณที่แม่น้ำสามสาย คือห้วยซองกะเลีย ห้วยบิคลี่ และห้วยรันตี มาบรรจบกัน แล้วไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย ตรงที่เรียกว่า "สามประสบ" อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น และไม่มีข้อมูลมากนัก แต่เราก็เชื่อว่า ภายใต้ผืนน้ำและดินแดนแห่งนี้ มีความยิ่งใหญ่และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาว นาน อาทิ เป็นถิ่นฐานของชนชาติมอญ ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยผืนแผ่นดินไทยในการ ดำรงชีวิต รวมทั้งในอดีต ก็เคยเป็นเส้นทางเดินทัพตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยาถึงรัตน โกสินทร์ตอนต้น หรือที่เรียกว่า สามสบท่าดินแดง เพราะฉะนั้น ตั้งแต่สังขละถึงไทรโยค ริมแม่น้ำ แควน้อยจึงเชื่อว่า นอก จากเมืองบาดาลที่จมภายใต้เขื่อนแล้ว ยังมีเจดีย์ต่างๆ สมัยอยุธยาอีกเป็นจำนวน มาก ที่อยู่ ตามเส้นทาง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และ อารยธรรมต่างๆ ต้องจมไปกับกระแสการพัฒนาประเทศ แม้ร่องรอยอดีตจะไม่มีวันหวนกลับมาแล้วก็ตาม แต่ศูนย์กลางยังคงเป็นวัด วังก์ฯ แห่งใหม่ซึ่งยังคงเป็นที่จำพรรษาของ "หลวงพ่ออุตตมะ" ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ ของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณ นั้น รวมทั้งเป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชนคนไทยทั้งประเทศอีกด้วย ที่น่าสนใจคือ ภาพชีวิตของคนที่นี่ ก็ยังคงมีให้ตลอด 2 ฝั่งน้ำรอบเขื่อน และ ยังคงรอการมาเยือนของนักเดินทางอยู่ไม่เสื่อมคลาย... โดย ผู้จัดการออนไลน์ http://www.manager.co.th

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ซุปเปอร์ เอ.ไอ

อัลเลน ไอเวอร์สัน (อังกฤษ Allen Ezail Iverson, เกิด 7 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ที่เมืองแฮมป์ตัน มลรัฐเวอร์จิเนีย) มีฉายาว่า เอ.ไอ. (A.I. ตัวย่อจากชื่อจริง) และดิแอนเซอร์ (The Answer) เป็นนักบาสเกตบอลชาวสหรัฐอเมริกา เล่นในลีกเอ็นบีเอ ปัจจุบันอยู่ทีมดีทรอย พิสตัลเ ป็นผู้เล่นระดับออลสตาร์ในตำแหน่งพอยท์การ์ดและชู้ตติ้งการ์ด ถือเป็นผู้เล่นทำคะแนนได้ดีที่สุดคนหนึ่งในปัจจุบัน ในอดีตอยู่กับทีมฟิลลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอรส์และเป็นดาราประจำทีมนานถึงสิบปี
อัลเลน ไอเวอร์สัน เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ที่คาบสมุทรเวอร์จิเนียร์ เป็นบุตรของนาย อัลเลน บรอตัน (Allen Broughton) และนางแอน ไอเวอร์สัน (Ann Iverson) พ่อของเขาทิ้งครอบครัวไป เหลือแค่แม่ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 15 ปีอยู่ดูแลอัลเลนและน้องสาวเขาที่ชื่อ แบรนดี (Brandy) เมื่อเขาเกิดไม่นานนัก ยายของเขาซึ่งเป็นเสาหลักครอบครัวก็ได้เสียชีวิตไป

ระดับไฮสคูล
ตอนที่เขาอยู่ที่ บีเทลไฮสคูล (Bethel High School) ในแฮมพ์ตัน ไอเวอร์สันเป็นนักกีฬา
อเมริกันฟุตบอลและบาสเกตบอลที่เก่ง เขาได้รับการเสนอทุนจากทั่วประเทศเพราะเขาเล่นตำแหน่งควาเตอร์แบคพาทีมไปคว้าแชมป์ประจำมลรัฐระหว่างที่อยู่ปีที่ 3 ช่วงที่เขากำลังนำทีมบาสเกตบอลแข่งชิงแชมป์มลรัฐอยู่นั้น เขาก็ไปเล่นโบว์ลิงกับเพื่อนในวันวาเลนไทน์ปี 2536 ก็เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทขึ้นระหว่างเพื่อนเขาซึ่งเป็นคนผิวดำและวันรุ่นผิวขาวหลายคน
ไอเวอร์สันอ้างว่าเรื่องวิวาทกันเกิดจากการเหยียดสีผิว เขาถูกกล่าวหาว่าเอาเก้าอี้ทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่ง เขาและเพื่อนอีกสามคนก็ถูกจับ ตอนอายุ 17 ปีไอเวอร์สันถูกตัดสินว่ามีความผิด และมีโทษจำคุก 15 ปี แต่ให้ลงอาญา 10 ปี ทุนการศึกษาต่าง ๆ ถูกยกเลิก เขาใช้เวลาสี่เดือนในเรือนจำพิเศษเมืองนิวพอร์ตนิวส์ซิตี (Newport News City Farm) ก่อนที่จะได้รับอภัยโทษโดยผู้ว่าการมลรัฐเวอร์จิเนีย ในปี 2538 ศาลอุทธรณ์ของเวอร์จิเนียก็กลับคำตัดสินเนื่องจากหลักฐานไม่ชัดเจน

ระดับมหาวิทยาลัย
ระหว่างที่ไอเวอร์สันจำคุกอยู่นั้น แม่ของเขาก็ได้ไปอ้อนวอนโค้ช
มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ จอห์น ทอมป์สัน (John Thompson) ให้ช่วยเหลือลูกเมื่อธันวาคม 2536 ฤดูใบไม้ผลิของ 2537 โค้ชได้ไปเยี่ยมไอเวอร์สันที่ไฮสคูล ริชาร์ด มิลเบิร์น (Richard Milburn High) ที่รับนักเรียนที่มีปัญหาโดยเฉพาะ และเสนอทุนให้ไอเวอร์สัน โดยมีข้อแม้ว่าจะถูกส่งกลับหากไม่ทำตามกฎของโรงเรียนและโค้ช
ตอนที่เรียนอยู่ที่จอร์จทาวน์ ไอเวอร์สันเรียนสาขาศิลปศาสตร์ ซึ่งยังเป็นที่รู้จักในปัจจุบันสำหรับภาพล้อเลียนเพื่อนร่วมทีมและดารา
เนื่องจากปัญหาทางการเงินของครอบครัว ไอเวอร์สันเรียนเพียงสองปีและหันไปเล่นอาชีพ ไอเวอร์สันได้รางวัลผู้เล่นเกมรับแห่งปี (Defensive Player of the Year) ของกลุ่ม
บิ๊กอีส (Big East) สองปี รางวัลผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปี (Rookie of the Year) เหรียญทองการแข่งขัน World University Games ที่ญี่ปุ่นปี 2538 ระหว่างที่เรียน


ในเอ็นบีเอ

2539 ถึง 2542
หลังจากเล่นให้จอร์จทาวน์มาสองปี อัลเลน ไอเวอร์สัน ถูกดราฟเป็นคนแรกใน
การดราฟผู้เล่นเอ็นบีเอในปี 2539 (ค.ศ. 1996) โดยทีมฟิลลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอรส์ ไอเวอร์สัน สามารถพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นพอยท์การ์ดที่เก่งคนหนึ่งในเวลาไม่นานนัก ในเกมแรกที่เล่นเขาสามารถทำได้ 30 คะแนน และได้เลือกเป็นผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปี (Schick Rookie of the Year) ของฤดูกาล 1996-97 (พ.ศ. 2539-40) โดยไอเวอร์สันเล่นได้เฉลี่ย 23.5 แต้ม (เป็นอันดับหกในเอ็นบีเอ) 7.5 แอสซิสต์ (อันดับ 11) และ 2.07 สตีล (อันดับ 7) นำผู้เล่นปีแรกคนอื่น ๆ ทั้งหมด
ถึงแม้ว่าเขาจะเล่นได้ดีในสนาม ไอเวอร์สันมักไม่ลงรอยกับสื่อมวลชน และมักถูกผู้เล่น โค้ช นักข่าว พูดถึงเรื่องการไม่เคารพผู้เล่นอื่น และเรื่องการเล่นแบบเห็นแก่ตัวของเขา โดยใช้สถิติที่แย่ของทีมแม้ว่าผลงานส่วนตัวของไอเวอร์สันจะดีมาเป็นข้อสนับสนุน
ในฤดูกาลต่อมา (1997-98) แม้ว่าไอเวอร์สันจะได้คะแนนเฉลี่ยน้อยลงเป็น 22 คะแนนต่อเกม แต่เขาก็เล่นเป็นทีมมากขึ้น ในฤดูกาล 1999-2000 (พ.ศ. 2542-43) ไอเวอร์สัน ก็ได้นำทีมเข้ารอบเพลย์ออฟเป็นครั้งแรก เขาเล่นได้ดีในปีนั้น เป็นผู้เล่นที่ทำคะแนนสูงสุดในเอ็นบีเอ ได้เล่นเป็นตัวจริงในเกมรวมดารา ไอเวอร์สันลงเล่นในเกมเพลย์ออฟทั้ง 10 เกม เฉลี่ยเกมละ 44.4 นาทีแม้ว่าจะมีปัญหาบาดเจ็บ เฉลี่ยในเพลย์ออฟได้ 26.2 แต้ม 4.5 แอสซิสต์ 4.0
รีบาวด์ และ 1.20 สตีลต่อเกม และทำคะแนนสูงสุด 40 คะแนนในเกมเปิดของรอบแรกกับชาล็อต เมื่อ 22 เมษายน

ฤดูกาล 2000-2001 กับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า
ฤดูกาลที่ไอเวอร์สันเล่นได้ดีที่สุดน่าจะเป็น ฤดูกาล 2000-01 (พ.ศ. 2543-44) เขาพาทีมชนะรวดสิบเกมแรกของฤดูกาล ได้รับรางวาลผู้เล่นทรงคุณค่าในเกมรวมดารา ทำคะแนนและสตีลสูงสุดในเอ็นบีเอ และนำทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ
ลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ ซึ่งมีแชคิล โอนีล และ โคบี ไบรอันต์
ความสัมพันธ์กับโค้ชแลรี บราวน์
โค้ชในระยะแรกในอาชีพการเล่นของไอเวอร์สันคือ แลรี บราวน์ โค้ชทีมเซเว่นตี้ซิกเซอรส์ ไอเวอร์สันมักยกย่องบราวน์ว่าเขาคงไม่ประสบความสำเร็จเท่านี้ถ้าไม่ได้การชี้นำของบราวน์ แต่ทั้งสองก็มีปัญหากระทบกระทั่งอยู่เสมอ โดยเฉพาะตอนที่เซเว่นตี้ซิกเซอรส์แพ้รอบแรกของเพลย์ออฟเอ็นบีเอปี 2002 (พ.ศ. 2545) บราวน์ว่าไอเวอร์สันเรื่องการไม่มาซ้อมกับทีม
ตอนที่บราวน์ออกจากทีมเซเว่นตี้ซิกเซอรส์ในปี 2003 ทั้งบราวน์และไอเวอร์สันบอกว่าทั้งสองคนยังเข้าใจกันดีและชื่นชมอีกฝ่าย ตอนที่แข่งเพลย์ออฟกับ
ดีทรอยต์ พิสตันส์ทีมใหม่ของบราวน์เกมหนึ่ง ไอเวอร์สันล้มลงเจ็บและไม่ได้ลุกขึ้น แลรี บราวน์เป็นคนแรกที่วิ่งไปช่วย ไอเวอร์สันและบราวน์ก็ได้ร่วมงานกันอีกครั้งในฐานะตัวแทนทีมชาติบาสเกตบอลชายของสหรัฐอเมริกาตอนแข่งกีฬาโอลิมปิกปี 2004

การเทรดปี 2006
เมื่อ 18 เมษายน ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) ไอเวอร์สัน และ
คริสต์ เว็บเบอร์ มาสายในเกมสุดท้ายที่แข่งที่บ้านและเป็นเกมขอบคุณแฟนๆ ผู้เล่นจะต้องมารายงานตัวก่อนเวลาเล่น 90 นาที แต่ทั้งสองมาถึงก่อนเวลาเล่นเล็กน้อย โค้ชมอริส ชีกส์บอกกับสื่อมวลชนว่าทั้งสองจะไม่ได้ลงเล่นและผู้จัดการทีมบิลลี คิงประกาศว่าจะปรับทั้งคู่ ตลอดช่วงพ้นฤดูกาลของปี 2006 มีข่าวลือถึงการเทรดไอเวอร์สันไปเดนเวอร์ แอตแลนตา หรือ บอสตัน แต่ก็ไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น ไอเวอร์สันก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่ายังอยากอยู่กับซิกเซอรส์ต่อไป
หลังความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในการซ้อมเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2006 ไอเวอร์สันวิ่งออกจากสนาม เย็นวันนั้นไอเวอร์สันก็ไม่ได้ไปร่วมงานสปอนเซอร์ที่ผู้อื่นในทีมเข้าร่วมทั้งหมดยกเว้นไอเวอร์สัน ไอเวอร์สันถูกปรับ ต่อมาวันที่ 8 ธันวาคม ได้รับรายงานว่าไอเวอร์สันต้องการเทรดจากทีมซิกเซอรส์ วันที่ 19 ธันวาคมฟิลลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอรส์ ก็ได้ส่งไอเวอร์สันและฟอร์เวิร์ด
อิแวน แม็กฟาร์ลิน แลกกับ อังเดร มิลเลอร์ โจ สมิธ และสิทธิ์การดราฟรอบแรกสองคน ของเดนเวอร์ นักเก็ตส์[2] ไอเวอร์สันเล่นให้ทีมใหม่ในตำแหน่งพอยต์การ์ดและเป็นตัวทำคะแนนคู่กับ คาเมโล แอนโทนี แต่ตอนช่วงที่โดนเทรดใหม่ๆ แอนโทนี โดนโทษพัก 15 เกม จากการชกต่อยในสนาม กว่าที่จะได้เห็นไอเวอร์สันและแอนโทนีเล่นพร้อมก็เมื่อ 23 มกราคม ค.ศ. 2007 ในฤดูกาลนั้น (2006-07) ไอเวอร์สันเล่นได้ 24.8 คะแนน 7.2 แอสซิสต์ 1.8 สตีล ใน 50 เกมของฤดูกาลปกติในขณะที่ แอนโทนี ทำคะแนนเฉลี่ยตลอดฤดูกาล 28.9 คะแนน

โอลิมปิกรอบคัดเลือกปี 2004
รอบคัดเลือกของกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2004 แข่งในช่วงสิงหาคม ค.ศ. 2003 โดยทีมสหรัฐอเมริกาชนะรวด 10 เกม ไอเวอร์สัน เล่นได้เฉลี่ย 14.3 คะแนนและ 3.8 แอสซิสต์ต่อเกม


โอลิมปิกปี 2004
ผลงานของทีมบาสเกตบอลสหรัฐอเมริกาในเกมโอลิมปิกปีนั้นเป็นที่น่าผิดหวัง ไอเวอร์สันและ
เลอบรอน เจมส์ มาฝึกซ้อมสายและถูกลงโทษไม่ให้ลงแข่งหนึ่งเกม ไอเวอร์สันช่วยให้ทีมชนะในการแข่งเกมแรกโดยการชู้ดลูกลงห่วงทำให้ไม่ต้องเล่นช่วงต่อเวลา เกมต่อๆ มาทีมยังเล่นไม่ดีนัก สุดท้ายสหรัฐได้เพียงเหรียญทองแดง ผิดจากผลงานครั้งก่อนๆ ในการแข่งครั้งนี้ ไอเวอร์สันได้เป็นกัปตันทีมร่วมกับ ทิม ดังแคน[8]

การแข่งขันอื่นๆ
ไอเวอร์สัน เคยร่วมแข่งใน USA Basketball World University Games เมื่อปี ค.ศ. 1995 และได้เหรียญทอง